จัดฟันปรับรูปหน้า โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทัตกรรม

เรามีประสบการณ์ให้บริการลูกค้ามากมาย พร้อมการันตีคุณภาพและมาตรฐานที่สูงแต่ราคาไม่แพง ด้วยรีวิวจากลูกค้ามากมาย

ลูกค้าที่เราบริการ
เคสทันตกรรมที่เราดูแล
กว่าเคสจัดฟันที่เรา

จัดฟันปรับรูปหน้า โดยผู้เชี่ยวชาญด้านทัตกรรม

ใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดโลหะ เพื่อจัดรูปทรงของฟันให้กลับมาเรียงกันแบบสวยงาม เพิ่มความมั่นใจในการยิ้มแก่คุณ พร้อมทั้งแก้ปัญหาเรื่องความผิดปกติในการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันห่าง ฟันเหยิน ฟันซ้อน ฟันยื่น และอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาในการขบเคี้ยวอาหาร ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้เศษอาหารติดตามซอกฟัน ซึ่งจะทำให้ฟันผุในภายหลัง

ราคาเริ่มต้นเพียง 40,000 บาท (ผ่อนจ่ายได้)

ทันตกรรมจัดฟัน เป็นทันตกรรมที่ให้สำคัญกับการเรียงตัวของฟัน

เนื่องจากฟันที่เรียงอย่างไม่เป็นระเบียบนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อรูปหน้า ประสิทธิภาพและวิธีการบดเคี้ยว และความสะดวกในการดูแลรักษาความสะอาดฟัน ซึ่งปัญหาต่างๆที่ควรเข้ารับการจัดฟันมีดังนี้ฟันเก (Over Crowding) | ภาวะสบลึก (Deep overbite) | ภาวะสบเปิดหรือการสบฟันหน้าไม่สนิท (Open bite) | ขากรรไกรบนยื่น (Overjet) | ขากรรไกรล่างยื่น (Under-bite) | การสบฟันแบบไขว้ (Cross-bite Occlusion) | ช่องว่างระหว่างฟัน ทันตแพทย์จัดฟัน จะสามารถออกแบบ วางแผนในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของฟันให้สามารถเลื่อนมายังตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจึงสามารถมีฟันที่เรียงอย่างสวยงาม และประสิทธิภาพด้านการบดเคี้ยวอีกด้วย

การจัดฟันสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

การจัดฟันแบบติดแน่น

จัดฟันแบบติดแน่น

ซึ่งการจัดฟันรูปแบบติดแน่นนี้ จะมีการจัดฟันโดย ใช้วิธีและวัสดุที่แตกต่างกัน อีก 4 แบบ ดังนี้
• การจัดฟันด้วยเครื่องมือโลหะ (Metal Braces)
• การจัดฟันด้วยเครื่องมือเซรามิก (Ceramic Braces)
• การจัดฟันด้วยเครื่องมือแบบ Damon หรือ Clarity SL
• การจัดฟันด้านใน (lingual)

การจัดฟันแบบถอดได้

จัดฟันใส

จัดฟันแบบใส invisalign® เป็นการจัดฟันแบบใส ที่สามารถถอดได้ ทำความสะอาดสะดวก ทานอาหารที่ชื่นชอบได้ ไม่เป็นอุปสรรค และถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แสดงผลแบบ 3D โดยการจัดฟัน invisalign สามารถรักษาในเคสที่ยากและซับซ้อนได้

  • เพื่อความสวยงามและเพื่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ฟันดูสวยงาม ยิ้มสวยมากขึ้น เพื่อให้ฟันทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการสบฟันที่ดีขึ้น และเคี้ยวอาหารได้ดีกว่าเดิม
  • เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและฟัน เพราะหากมีปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฯลฯ จะทำให้การทำความสะอาดฟันเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง และมักเกิดปัญหาฟันผุตามมา เมื่อจัดฟันให้เข้าที่เข้าทางแล้ว การทำความสะอาดก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้
  • ช่วยลดการมีกลิ่นปาก เนื่องจากการแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ
  • บางคนจัดฟันแล้วนิสัยรักษาความสะอาดและความมีระเบียบวินัยจะมีมากขึ้นจนติดเป็นนิสัย
  • ในบางรายจัดแล้วโครงหน้าอาจเข้ารูปและดูดีมากขึ้น ปากไม่อูม ปิดปากได้สนิทเพราะฟันไม่ยื่นเหยิน
  • ช่วยปรับนิสัยการรับประทานอาหารทางอ้อม ไม่กัดของแข็ง ไม่กัดเล็บ
  • ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันห่างหรือฟันมีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด (กัดเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ขาด) หลังจัดฟันเสร็จแล้ว จะช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น
  • การจัดฟันส่วนใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายสูง
  • ในบางรายต้องถอนฟัน (สมบูรณ์) ออกไปหลายซี่
  • ตึงฟัน เจ็บฟันในช่วงแรกๆของการปรับเครื่องมือ
  • ใช้เวลานานกว่าฟันจะเริ่มเข้าที่อย่างน้อยประมาณ 2 ปี
  • ในขณะติดเครื่องมือจัดฟันจะทำความสะอาดฟันได้ยาก และเสี่ยงต่อฟันผุได้ถ้าไม่ดูแลอาหารอาจติดเหล็กจัดฟันได้บ่อย
  • พูดไม่ชัดบ้างในระยะแรกหลังการจัดฟัน
  • บางรายอาจรู้สึกว่าฟันอ่อนแอมาก เคี้ยวอะไรแข็ง ๆ ไม่ได้
  • ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันไปนานหลายปีหรือตลอดไปเพื่อคงสภาพการเรียงตัวของฟัน
  • ต้องไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ

1. พบแพทย์เดนทัลมี

ในขั้นตอนการจัดฟันทั่วไป ก่อนอื่นผู้เข้ารับบริการจะต้องทำการนัดหมายทันตแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาและวางแผนในการรักษา

2. พิมพ์แบบฟัน

เพื่อบันทึกรายละเอียด ตรวจสภาพการสบฟัน และมีการเอกซเรย์ฟันเพื่อดูโครงสร้างของใบหน้าและขากรรไกร

3. ตรวจฟันก่อนจัดฟัน

ตรวจฟันก่อนว่าจะต้องทำการรักษาฟันก่อนหรือไม่ เช่น ถอนฟัน อุดฟัน รักษาโรคเหงือก รากฟัน ฯลฯ เพราะจำเป็นต้องรักษาให้หายก่อนใส่เครื่องมือจัดฟันฟังคำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ และตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน

4. ทำการจัดฟัน

ฟังคำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติต่าง ๆ และตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน ทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟันให้ ในช่วงแรกจะรู้สึกเจ็บบ้าง (ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดฟันด้วย) แต่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์

ขั้นตอนการทำความสะอาด 

สำหรับคนไข้จัดฟัน

1. ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร เนื่องจากในระหว่างที่ทานอาหารนั้นจะมีเศษอาหารๆติดอยู่ตามซอกฟันและซอกเหล็กจัดฟัน ซึ่งบางครั้งการบ้วนด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และควรแปรงฟันทุกเช้าและก่อนเข้านอน ด้วยทุกครั้ง

2. ใช้ไหมขัดฟันขัดฟันหลังทานอาหารทุกครั้ง หรือถ้าหากไม่สะดวกก็ใช้วันละครั้งก็ได้ ใช้หลังแปรงฟันก่อนนอน เพื่อกำจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน และซอกเหล็ก

3. การใช้ยาสีฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และน้ำยาบ้วนปากก็ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละครั้งเพื่อป้องกันการเกิดฟันผุ

4. ใช้แปรงสีฟันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนจัดฟัน เพราะจะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่า และทำความสะอาดสะอาดได้ดีกว่าการใช้แปรงสีฟันแบบธรรมดาทั่วไป ซึ่งควรแปรงทั้งด้านบน และล่าง ของเหล็กจัดฟัน

5. หลังจากติดตั้งเครื่องมือจัดฟันไปแล้ว ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และตรวจเชคฟันผุ

6. หากมีอาการปวดฟัน หรือเสียวฟันมาก ให้ทานยาแก้ปวดได้เช่น พาราเซตามอน

7. ในช่วงระยะจัดฟันแรกๆ เหล็กอาจจะหลถดได้ง่าย คนไข้ให้ทานอาหารอ่อนๆ หลีกเลี่ยงอาหารเหนนียว และแข็ง หากจำเป็นต้องทานแนะนำควรตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนทาน ไม่ควรให้อาหารแข็งกระแทกโดนเหล็โดยตรง

8. การใส่รีเทนเนอร์ในช่วงแรกอาจทำให้เจ็บได้ แนะนำให้กลับมาตรวจเช็คกับทันตแพทย์หลังจากใส่ไปเป็นระยะ 1 อาทิตย์  1 เดือน และ 6 เดือน ร่วมกับการขูดหินปูนทำความสะอาดและตรวจเชคฟันผุ

1.เมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา ถอดออกได้เฉพาะตอนรับประทานอาหาร และ แปรงฟันเท่านั้น (ไม่ควรใส่รีเทนเนอร์ขณะทานอาหาร)

2.ควรใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 2 ปี หลังจากนั้นหากต้องการลดเวลาใส่ลง ให้ถอดตอนกลางวัน แต่ยัฃควรใส่ตอนนอนทุกวัน

3.ในการใส่รีเทนเนอร์ในช่วงแรกอาจทำให้พูดไม่ชัด หรือ รู้สึกน้ำลายไหลมากกว่าปกติ ในช่วงแรก ซึ่งถือว่สปกติคนไข้จะเริ่มรู้สึกคุ้นเคยและพูดชัดขึ้น ภายใน 1 เดือน

4.การทำความสะอาดรีเทนเนอร์แบบลวด ให้ใช้แปรงขนนุ่มกับสบู่เหลว แปรงวันละ 2 ครั้ง ไม่แนะนำให้ใช้ยาสีฟันเพราะในยาสีฟันมีผงขัดซึ่งจะมีผลกับพื้นผิวของรีเทนเนอร์ แนะนำให้ใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ โดยแช่ทิ้งไว้ประมาน 3 นาที แล้วแปรงต่อด้วยน้ำสบู่ อาทิตย์ละประมาน 2-3 ครั้ง

5.การทำความรีเทนเนอร์แบบใส สามารถใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาดได้เหมือนกัน แต่ต้องระวังเพราะสามารถแตกหักได้ง่าย แนะนำให้ใช้ cotton bud ขนาดเล็กเช็ดทำความสะอาดภายใน และใช้ร่วมกับเม็ดฟู่ อย่างน้อย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

1.ในช่วง 1-3 วันแรก คนไข้อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ใส่หมุดดึงฟัน ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวด paracetamol หรือ ibuprofen เพื่อทำให้รู้สึกสบายขึ้นได้

2.ควรทำความสะอาดบริเวณหมุดดึงฟันด้วยการแปรงเบาๆรอบ เพื่อเอาคคราบอาหารออก เพื่อไม่ให้เหงือกอักเสบ

3.หากเหงืออักเสบหรือ ทำความสะอาดไม่ดีอาจทำให้ หมุดดึงฟันหลวมและเจ็บเหงือกบริเวณที่ใส่หมุดดึงฟันได้

4.ไม่ควรไปจับหรือโยกหมุดดึงฟัน และระวังไม่ให้อาหารแข็งๆ หรือ ช้อนไปกระแทกโดนหมุดดึงฟัน

เดนทัลมี คลินิก

คลินิกทันตกรรมครบวงจร ที่ให้บริการด้วยทันตแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ในทุกๆ สาขามากกว่า 30 ท่าน พร้อมให้บริการ แก้ไขปัญหาทางสุขภาพและความสวยงามของฟันและช่องปากของคุณ

ที่เดนทัลมี เรามีบริการทันตกรรมแก้ไขได้ทุกปัญหา ท่านสามารถดูบริการอื่นๆ ได้อีกมากมายกดตามหัวข้อหรือภาพได้เลย

Dentalme Clinic ChiangMai เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม แก้ไขปัญหาสุขภาพปากและฟัน เพื่อความมั่นใจของคนไข้ ยิ้มสวย ไร้ปัญหา
คลินิกที่คนบอกต่อมากที่สุด”

ข่าวสารล่าสุด

ติดตามข่าวสารที่นี่

ช่องทางโซเซียลมีเดียของเรา

Facebook
Instagram
Line

©℗Copyright by DentalMe Clinic - ข้อตกลง - นโยบายความเป็นส่วนตัว - ตัวอย่างตัวโฆษณา - ข้อความในเว็บไซต์ทั้งหมด, Development by iStartUp Co.,Ltd