เป็นทันตกรรมสาขาหนึ่งที่มุ่งเน้นในเรื่องการวินิจฉัยฟันผุ การป้องกันฟันผุ การรักษาฟันผุ สึกกร่อน หรือแตกบิ่น การบูรณะ ด้วยวัสดุ การปิดช่องห่างระหว่างฟัน การฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น และทำการเคลือบผิวหน้าฟันเพื่อแก้ไขความผิดปกติของฟัน หรือเพื่อความสวยงาม
การเกิดฟันผุนั้น เกิดมาจากปัจจัย 4 ประการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ (แผ่นคราบจุลินทรีย์) (อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล) (ตัวฟัน) และเวลาโดยแบคทีเรียที่มีอยู่ตามปกติในช่องปากจะทำปฏิกิริยากับคราบ (Plaque) ที่ติดค้างอยู่ตามซอกฟัน และผิวเคลือบฟัน ซึ่งเราขจัดออกไปได้ไม่หมด เกิดเป็นกรดขึ้นซึ่งกรดสามารถทำลายผิวเคลือบฟัน ก่อให้เกิดโรคฟันผุขึ้นได้หาก pH ในปากมีค่าต่ำกว่า 5.5 บ่อยครั้งและเป็นเวลานาน ดังนั้นในแต่ละคนก็จะมีอัตราการเกิดฟันผุมากน้อยต่างกันไป เนื่องด้วยมาจากสภาวะแวดล้อมในช่องปากที่ต่างกัน ในฟันผุระยะต้นคนไข้อาจไม่มีอาการอะไร แต่ถ้าปล่อยไว้นานฟันผุก็จะลุกลามขยายใหญ่ขึ้นจนมีอาการเสียวฟัน ดังนั้นคนไข้ควรที่จะมาให้ทันตแพทย์ตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจฟันผุ ถ้ามีฟันผุเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการการรักษาก็จะง่ายใช้เวลาน้อยและไม่เสียค่าใช้จ่ายเยอะ
การอุดฟัน เป็นวิธีบูรณะฟันที่มีการสูญเสียเนื้อฟันจากสาเหตุต่างๆ อาทิ ฟันผุ ฟันสึกจากการแปรงฟันผิดวิธี ฟันแตกหักจากอุบัติเหตุ ที่ไม่รุนแรงจนถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะอุดด้วย วัสดุอุดอมัลกัม (Amalgam Filling) silver filling สีโลหะ จึงใช้อุดเฉพาะฟันหลังเท่านั้น ทันตแพทย์จึงต้องกรอฟันเป็นช่องลักษณะคล้ายกล่องเพื่อให้วัสดุยึดติดได้ หลังจากอุดฟันมักจะแนะนำให้งดเคี้ยวอาหารข้างที่อุก 24 ชั่วโมงเพื่อรอให้วัสดุอมัลกัมแข็งตัวเต็มที่
1. อายุการใช้งานของฟันที่ได้รับการอุดทุกซี่จะขึ้นอยู่กับ การใช้งาน และการดูแลทำความสะอาดเป็นหลัก ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
2. ไม่ควรใช้ฟันที่เพิ่งอุดใหม่ๆเคี้ยวอาหาร ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อให้วัสดุแข็งตัวเต็มที่ให้เคี้ยวอาหารเฉพาะด้านที่ไม่ได้รับการอุดฟันเพียงข้างเดียวไปก่อน
3. ควรกลับมาขัดวัสดุให้เรียบและขึ้นเงาตามที่ทันตแพทย์นัดหมาย การขัดเรียบจะช่วยให้แผ่นคราบแบคทีเรียเกาะติดได้ยากขึ้น ลดการเกิดการผุใหม่ตามขอบวัสดุและยืดอายุการใช้งานของฟันซี่นั้นด้วย
4. พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจสภาพฟันที่อุดไปว่าวัสดุยังอยู่ในสภาพดีไม่มีการผุต่อ
5. ในกรณีที่มีการเสียวฟันหรือปวดฟัน หรือมีการแตกและหลุดของวัสดุอุดฟันควรพบทันตแพทย์ทันที
วัสดุสีเหมือนฟัน (Composite Resin Filling) Tooth-colored วัสดุอุดฟันจำพวกเรซิ่นหรือคอมโพสิตเรซิ่นจะมีสีเหมือนฟันธรรมชาติ และใช้บูรณะได้ทั้งฟันหน้าและฟันหลัง จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับคนไข้ที่ต้องการความสวยงาม วัสดุชนิดนี้จะแข็งตัวได้ด้วยการฉายแสงจากเครื่องฉายแสงทางทันตกรรม โดยต้องอาศัยสารยึดติด (Bonding) ช่วยให้ยึดติดกับฟัน การอุดฟันด้วยคอมโพสิต เรซิน ถือเป็นทันตกรรมเพื่อความงามอย่างหนึ่ง ซึ่งการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟันเพื่อบูรณะฟันแบบนี้จะทำในกรณีที่ไม่ได้มีการสูญเสียเนื้อฟันจากฟันผุ แต่ต้องการอุดฟันเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ เช่น ฟันหน้าที่มีช่องห่างหรือที่มีการเปลี่ยนแปลงสีของฟัน ฟันที่มีรูปร่างเล็กกว่าปกติ
1. ท่านที่มีฟันที่อุดด้วยคอมโพสิต ถ้าวัสดุหรือตามรอยขอบเปลี่ยนสี ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเช็คดูว่า มีรอยรั่วหรือไม่ ท่านที่มีรอยอุดฟันในปากจึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน
2. อายุการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟันที่ได้รับการบูรณะกัดฉีกของแข็งหรือสิ่งของต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสีจัด เนื่องจากวัสดุอุดจะดูดจับสีได้มากกว่าผิวฟัน อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจะมีผลต่อวัสดุอุด การฟอกสีฟันจะไม่สามารถเปลี่ยนสีวัสดุอุดได้
3. ชา กาแฟ และการสูบบุหรี่ ตลอดจนสารอื่น ๆ อาจทำให้วัสดุอุดฟันเป็นคราบ ดังนั้น เพื่อป้องกันและลดการเกิดคราบให้น้อยที่่สุด
4. สารประกอบเรซินที่ใช้อุดฟันไม่แข็งแรงเหมือนฟันจริง ดังนั้น หากมีพฤติกรรมกัดเล็บ เคี้ยวน้ำแข็งหรือปากกา ก็อาจทำให้วัสดุอุดฟันแตกหักได้ ตามปกติแล้ว วัสดุอุดฟันจะอยู่ได้นานหลายปี ควรจะต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อบูรณะฟันใหม่หากตรวจพบว่าวัสดุเสื่อมสภาพ แต่วัสดุอุดฟันจะอยู่ได้นานเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาความสะอาดเป็นหลัก
5. หลังจากอุดฟันมาระยะหนึ่ง หากเห็นว่าฟันที่อุดมานั้นมีขอบแหลมคม รู้สึกว่าฟันแปลก ๆ หรือ กัดฟันมีจุดสูง จุดกระแทก หรือเสียวฟัน ตอนกัดฟัน ให้ติดต่อกลับมาตรวจเช็คกับทันตแพทย์อีกครั้ง
วัสดุอุดฟันชั่วคราว วัสดุอุดฟันจะช่วยปิดคลุมฟันเพียงชั่วคราวเพื่อดูอาการหรือรอการรักษาอื่นๆต่อไป วัสดุอุดฟันชั่วคราวไม่ได้มีไว้ใช้งานอย่างถาวร ตามปกติแล้ว วัสดุเหล่านี้จะหลุด แตก หรือสึกกร่อนภายในหนึ่งหรือสองเดือนเท่านั้น จึงใช้เฉพาะเวลาสั้นๆเพื่อรอดูอาการหรือรอการรักษาอย่างอื่นต่อไป
1. ไม่ควรใช้ฟันที่อุดด้วยวัสดุชั่วคราว ( สีขาว ) ใน 1-2 ชั่วโมงแรก เนื่องจากวัสดุชั่วคราวจะนิ่มมากและหลุดง่าย หลังจากนั้นวัสดุ จะค่อยๆแข็งตัวขึ้น
2. วัสดุชั่วคราว มีอายุการใช้งานที่จำกัด จะค่อยๆๆกร่อนไปภายใน 2-4 สัปดาห์ จึงควรกลับมาพบทันตแพทย์ เพื่อทำการรักษาฟันซี่นั้นให้ถาวร และสามารถใช้งานได้ตามปกติ
3. ในกรณีที่มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟัน หรือมีการแตกและหลุดของวัสดุอุดฟัน ควรเข้าพบทันตแพทย์ทันที
4. การอุดฟันชั่วคราวจะไม่คงทนมันสามารถหลุดออกมาได้ง่าย คนไข้ต้องติดต่อทันตแพทย์เพื่อเปลี่ยนตัวอุดชั่วคราวเป็นถาวรหรือรับการรักษาอื่นๆตามที่ทันตแพทย์นัดหมาย ถ้าคนไข้ไม่ทำการเปลี่ยนการอุดชั่วคราวคนไข้มีโอกาสเกิดปัญหาที่รุนแรงขึ้นได้
ตรวจในช่องปาก ตรวจการสบฟัน ประเมินสุขภาพและโรคประจำตัวของคนไข้ โดยซักประวัติ สอบถามการแพ้ยา โรคประจำตัวโดยละเอียด
เริ่มการกรอฟัน โดยทั่วไปจะใช้หัวกรอเร็ว (Airotor)กรอฟันก่อน เมื่อกรอฟันลึกขึ้นจนส่วนที่ผุใกล้โพรงประสาทฟัน อาจใช้หัวกรอช้า (Airmotor)
การใส่วัสดุอุดฟันไปในบริเวณฟันที่ผุ ที่ทันตแพทย์ได้ทำการกรอฟันเตรียมไว้แล้ว และเมื่อเติมวัสดุอุดฟันเข้าไปแล้ว ทันตแพทย์ก็จะทำการตกแต่งให้ได้รูปร่าง (รายละเอียดขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้อุดฟัน)
ไปพบทันต์แพทย์เพื่อตรวจฟันทุกๆ 6 เดือน เพื่อป้องกันและหยุดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และเป็นการตรวจพบปัญหาเล็กๆ ก่อนที่จะเป็นปัญหาใหญ่ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยฟลูออไรด์ รวมถึงยาสีฟัน